วันที่ 7 ที่ผ่านมา ผมได้วางแผนว่าจะช่วงเสาร์-อาทิตย์ (10-11 มกราคม 2552) ว่าจะไปดูงาน Thailand Game Show 2009 (tgs)  และได้ขึ้นข่าวให้พวกพ้องที่สนใจไปด้วยกัน  แต่แล้ววันที่ 8 ตอนบ่าย ๆ เห็นหัวเอ็มของเพื่อนเซอร์บอย(หนูดี ttng) ว่าเตรียมตัวไปทริปค่ายครุอาสากัน ซึ่งทริปแบบนี้เคยร่วมเดินทางไปตอนเข้าพระจอมเกล้าปีแรกเลย และเป็นถือได้ว่า ภาคคอมศึกษารุ่นแรก(#15) ที่ไปค่ายอาสา เพราะพวกเรามองเห็นคุณค่าของการให้ครับ เลยเ้ข้ามติห้องและประชุมร่วมกัน จนเป็นเอกฉันท์ว่าเข้าร่วม ตอนนั้นเราไปกันเกือบทั้งห้อง และได้เห็นคุณค่าของการให้จริง ๆ และมากกว่าจินตนาการที่ได้คิดไว้เสียอีก ถึงมันจะนานมาแล้ว( เริ่มแก่ ) แต่ก็ยังจำได้ว่ามันเป็นอย่างไร การเดินทางแบบทุลักทุเล กันขนาดไหน รถเกือบขึ้นภูเขาไม่ได้ แต่ก็สนุกครับ กับการต้อนรับที่แสนจะประทับใจ ตอนนั้นเราไปที่ น่าน ครับ และหนาวพอควร  ออ เริ่มไปไกลแสนไกลล่ะ วกกลับมาตอนที่เหลือบไปเห็นหัวเอ็มของเซอร์บอย มันก็เลยเกิดทางเลือก 2 ทางเลือกขึ้นในหัวล่ะ คือ

  1. ไปงาน thailand game show 2009 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติศิริกิต์ อันนี้ผมให้เหตุผลว่า มันเป็นเหตุผลส่วนตัวเพราะผมชอบด้านนี้ และอยากไปมาก อยากติดตามความคืบหน้าของวงการด้านนี้เผื่อกระตุ้นแนวทางฝันในการสร้างผลงานด้านสื่อการสอน ที่ผมวางเอาไว้ว่า มันต้องเกิดขึ้นให้ได้  และเหตุผลเชิงหน่วงก็วิ่งเข้ามาว่า ปีต่อ ๆ ไปก็มีนิ น่าจะไปได้
  2. ไปค่ายอาสา อันนี้เป็นเรื่องจิตอาสาล้วน ๆ ผมมองเห็นว่า มันไม่ใช่ไปเที่ยว เพราะฉะนั้นการเดินทาง การพัก การทำธุระส่วนตัว อะไรดูจะยุ่งยากไปหมด  เหตุผลที่ผมอยากไปทางเลือกนี้คือ ผมเคย(ตอนนี้ก็ยังเป็น นี่น่าจะเป็น Past Progressive Tense 55+)เป็นเด็กบ้านนอก เป็นเด็กต่างจังหวัด เลยรู้เลยว่าวันเด็กแต่ละปีนั้น ไม่มีไรไปมากกว่ากิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในโรงเรียนก่อนถึงวันเด็กจริง ๆ ไม่มีไปเที่ยวสวนสนุก ไม่มีรถถังให้เล่น และอีกหลาย ๆ อย่างที่ในตัวเมืองใหญ่ ๆ มีกัีน ดีหน่อยก็ดูจากทีวี แต่ไม่ได้รับโอกาส กับความรู้สึกที่แท้จริงกับนั้น ๆ

สุดท้าย ผมตัดสินใจ บอกเพื่อนทางเอ็มว่าไปค่ายอาสา และโทษทีครับที่ทำให้พลาดเสื้อค่าย เนื่องจากปีนี้ไปเยอะ เสื้อไม่พอกัน แต่เสื้อตัวนั้นดันเป็นไซด์ที่ผมใส่ได้ อิอิ  เหตุผลที่ผมเลือกก็จากข้างต้นและคิดว่า อนาคตคงจะไม่มีช่วงเวลาดี ๆ เหมาะ ๆ แบบนี้อีกแล้ว เพราะด้วยหน้าที่การงาน อาจจะปลีกตัวไม่ได้เหมือนตอนนี้ที่ยังคงรับผิดชอบอะไรไม่เยอะ ( คาดการณ์พลาดหรือเปล่าพวก อนาคตอาจจะมีเวลาเยอะ เนื่องจากตกงานก็ได้น๊าาา ) ก็เลยเป็นตัวเสริมพลักดันให้เลือกทางที่ 2  ที่นี้ความสนุก+ฮา เริ่มมาเยือนทันที

2009-01-09

ตอนเช้าได้ training การอัพเดตธรรมะ ให้กับ callcenter เพื่อจะได้รบกวนอัพเดตแทนผมช่วงเสาร์อาทิตย์นี้ อันนี้ขอบคุณจริง ๆ ครับที่รับทำให้ และผมขอพี่ ๆ ออกจากบริษัทราว ๆ 4 โมงกว่า ๆ (ขออภัยด้วยครับที่ค้างงานไว้เยอะอีกแล้ววว) ออกจากห้องเก็บกระเป๋า ซึ่งเตรียมการตั้งแต่ตอนกลางคืนเรียบร้อยแล้ว นั่ง สาย 92 ลงที่ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ลาดพร้าว ต่อไปถึง สถานีรถไฟฟ้าบางซื่อ (นึกว่าไม่ทัน ดันเผื่อเวลาให้ซะเยอะเลยนะ) ออกจากนั่นด้วยรถไฟฟรีเพื่อประชาชน  20.00 น.  ไม่ได้หลับได้นอนกันเลยครับ เพราะมีนักดนตรีบันเลงเพลงให้ฟังตลอดทั้งคืน ไม่ต้องตังค์ด้วย อะไรมันจะดีขนาดนี้  เริ่มดึกยิ่งหนาวเข้ามาเยือน ดีที่ได้ผ้าห่มมาคลุมกันลม กันหนาวได้ระดับหนึ่ง จุดหมายปลายทางของเราครั้งนี้อยู่ที่ จ.ขอนแก่นครับ แต่กว่าจะถึงก็เล่นเอาหนาวไปหลาย ชม. เลย

2009-01-10

ถึงขอนแก่นน่าจะประมาณตี 5 ใกล้ ๆ 6 โมง (ถ้าจำไม่ผิด) ก็พากันเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง(จริง ๆ) ที่ โรงเรียนบ้านนาเหมือดแอ่ อ.ผาขาว จ.เลย โดยรถที่ยิ่งใหญ่ นามว่า 6 ล้อ คราวนี้หนักกว่าเดิมลมหนาวเต็ม ๆ นั่งก็ไม่ค่อยถนัดกัน เหน็บเริ่มมาเยือน (โรคประจำวัน) มีคนบอกว่า เราจะเดินทางจาก ขอนแก่นสู่โรงเรียน ประมาณ 100 โล มาได้ครึ่งทาง บอกเหลือ 50 โล แต่ผมรู้สึกว่า มันเยอะกว่านั้นมากมาย บอกโค้งหน้าถึงแล้วพี่  แต่รู้สึกว่าหลายโค้งผ่านไปก็ยังพากันรับลมหนาวอยู่นั่นแหละ บางช่วงก็สงสารมอไซด์ครับ ที่พอรถ 6 ล้อเราผ่าน ผมว่าหัวแดงกันเป็นแถบแน่ ๆ เพราะถนนยังเป็นดินแดงอยู่เลย ผ่านทีนึกว่าหมอกแดงลง ฮา  ถึงโรงเรียนก็ 8 โมงกว่า ๆ  ก็พากันเก็บสัมภาระเข้าที เตรียมตัวกิน (มาถึงก็กินเลย ) แต่รู้สึกน้อง ๆ จะลืมอะไรไปอย่าง (ไม่บอกแต่ให้งงเล่น ๆ )

พอกินข่าวกันเสร็จก็เริ่มลุยงานเลย ไอ้ผมก็ไม่ได้ไรมากหรอกครับ รอเล่นกับน้อง ๆ อย่างเดียว แต่อยากบอกว่า เลยหนาวววววมากกกกก  บวกกับลมปรอยมาเป็นระยะ ๆ คิดสภาพเอาละกันครับ มันจะขนาดไหน  ขนาดฉากหลังเวที ที่ทางโรงเรียนจัดไว้ให้ ยังเอาไม่อยู่ ตัวหนังสือขาดวิ่น  ไม่เป็นชิ้นต่อเนื่องเลยยย  แต่ก็ดูออกว่า เป็นงานที่ตั้งใจกันทำเลย

ต่อมาก็ทำการกล่าวเปิดพิธี และมีการแสดงจากน้อง ๆ  ชั้นอนุบาล แจกรางวัล ชั้น 1-2  แจกรางวัล ชั้น3 ชั้น 4 ชั้น 5 และก็แจกรางวัลสลัีบกันไป พอมาถึงชั้น ป.6 อันนี้ชอบมากครับ ฮากันกระจาย  เป็นการแสดงเลียนแบบโปงลางซะออนครับ ครบชุดเลย นักแสดงก็เรียกความฮาได้ กล้าแสดงออก พอดูก็นึกถึงตัวเองตอนเด็กที่มีเล็ก ๆ น้อย ๆ เต้นแบบนี้แหละ แต่ไม่น่าจะกล้าแบบนี้นะ ฮิ้วว  ดูอุปกรณ์ก็รู้ว่ามีการเตรียมตัวมาหลายวันแน่ ๆ อย่างเช่นไห ก็ทำมาจากบัดรดน้ำ (ไว้รดสวนผัก) และพวกพิณ ระนาด ก็ทำมาจากโฟม แต่งแ้ต้มสีสันด้วยสีให้เสมือนจริง  หน้าท้องแข็งหลาย ชม. เลย จนต้องมีการเรียกร้องให้แสดงอีกรอบ (ป่ะ ฮา ม๋วนอ๊กม๋วนใจ๋คักแท้)และก็มีการตอบคำถามเล็ก ๆ น้อย ๆ กระจายรางวัลส่วนหนึ่ง

ที่นี้ก็พากันรวมกลุ่มแบ่งสีเพื่อนเล่นเกมตามด่าน (stage) ต่าง ๆ กลุ่มผม( เรียกตัวเองว่าชมรมศิษย์เก่า ) ไม่สังกัดกลุ่มครับ เดินไปทุกกลุ่ม โดยกลุ่มแรกที่ผมทำและได้ช่วย (จำชื่อด่านไม่ได้แฮ่ะ) คือ แรกล้างหน้า  เป้าแป้ง กินขนม(พวกเซี่ยงไฮ้)   น้ำอัดลม  ขนมปัง+นม  แล้วจึงเป่าลูกโป่งให้แตกเป็นชุดสุดท้าย  อยู่นี่ผ่านไปหลายกลุ่มพอควร แดดเริ่มร้อนเลยขยับไปอีกด่านที่เป็น เดินกระสอบ วิ่งกระสอบ และต่อด้วย ด่าน โยนห่วง     ด่านที่มีแต่เต้นและร้องเพลง  สุดท้ายไปที่ด่านที่ใช้ลูกโป่งผูกไว้ที่ขาแล้วพยายามเหยียบลูกโป่งของอีกฝ่ายแตก เราถึงจะชนะ  แล้วก็มาแจกรางวัลกัน มีน้อง ๆ หลายคนกลับก่อนก็มีครับ สงสัยเยอะขนไม่ไหว กลับก่อน ฮา  เล่นไปก็หลาย ชม.

พักกินข้าวว( กินอีกแล้ววว ยังไม่ได้ทำไรเลย–>เรา) แต่คราวนี้เหมือนจะลืมอะไรกันไปอย่างอีกแล้ว หรือไม่ได้แจกแจงกันมานะ ขออภัยที่ขอเสนอแนะร่วมด้วยช่วยกัน ว่า ก่อนกินข้าวทุกมื้อของค่ายนั้น ต้องพิจารณาอาหารด้วย ดูมันอาจจะเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่มันเป็นธรรมเนียมที่ดีมาก อยากให้คงไว้ และให้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืมกระทำกัน ถึงจะเป็นแค่บางกลุ่ม แต่สงสัยอาจจะมาปีแรก และคงจะไม่ได้รับรู้ข่าวสารตรงนี้ ก็ไม่ว่ากัน  อยากฝากไว้ครับ ส่วนตัวผมไม่ได้มองว่าผู้กระทำผิด แต่ผมมองในส่วนของการจัดการที่ไม่ได้ดูตรงนี้หรือเปล่า

แม้กินข้าวทุกมื้อ ของแต่ละัวันผมก็มักจะไหว้จบท้ายเสมอ อันนี้มีหลายคนมักจะถามผมเสมอว่า ทำไปเพื่ออะไร มักจะได้คำตอบสั้น ๆ จากผมโดยไม่อยากขยายความให้มากว่า “ระลึกถึงคุณของชาวนาที่ปลูกข้าวให้กิน” ผมทำแบบนี้ตั้งแต่อายุ 13 แล้ว ตั้งแต่ผมยังอยู่ในวัด และไม่คิดจะอายใครด้วย และนี่คือสิ่งที่อาจารย์ให้ผมมา ว่าก่อนจะกินอะไรให้นึกถึงคุณคนทำบ้าง กว่าจะได้ข้าวมาแต่ละเม็ด ใช้เวลาหลายเดือน ผ่านกระบวนการหลายอย่างกว่าจะได้เม็ดข้าวพร้อมหุง  เพราะฉะนั้นควรจะรู้จักประมาณในการกิน ศัพท์ทางบาลีว่า โภชเน มัญตัญญุตา นั่นเอง

พอหลังจากทานข้าวกันเสร็จ ก็มีกิจกรรมให้น้อง ๆ ตอบคำถาม และระบายสีภาพบนผ้า ในหัวข้อ โรงเรียนของหนู (จำผิดก็ขออภัยด้วยครับ)  ก็ได้ดูน้อง ๆ เล่นกันซะมันเลย บ้างก็สวย บางกลุ่มตอนแรกก็ช่วยกันทำซะสวยเลย ดูเป็นศิลปะที่ผสมผสานกันดีมาก  บางกลุ่มก็ทำการร่างด้วยคนเดียวก่อน แล้วค่อยลงสีกัน ดูจะทำคนเดียวด้วย  สลับไปดูเรื่อย ๆ ครับ พอมากลุ่มที่บอกว่าทำได้ผสมผสานกันดีนั้น ย้อนกลับมาดูอีกที ไงออกมาเป็นสนามบอลซะงั้น เล่นเอาสีเขียวเทลงไปทั้งหมดเลย (แล้วตอนแรกจะแต้มทำไมหว่าา เห็นแล้วนั่งขำอยู่พักหนึ่ง) พออีกสักพัักไงกลายเป็นไป ที่ประทับบาทา กันไปซะงั้น อย่างนี้ต้องให้ฉายากลุ่มนี้ว่า ศิลปินนาทีเดียวเลย   ก็ยังไม่ทัีนได้ผลสรุป ว่าใครชนะ ด้วยความหนาวครับ (หนาวทั้งวัน) เลยวิ่งไปเล่นฟุตบอลกับเพื่อน ๆ ในสนามบอลกัน

ตกเย็น ก็มีการชุมนุมรอบกองไฟ มีทั้งนักศึกษาค่าย อาจารย์ และชาวบ้าน รวมกัน และให้ตัวแทนแต่ละฝ่ายพูดถึงความรู้สึกที่มีกิจกรรมวันนี้กัน ผมจำได้ว่าคราวก่อนที่ผมไปที่น่านนั้น จะพูดทุกคนเลย คนน้อยด้วยแหละ แต่คราวนี้คนเยอะมาก ไปกันเยอะ ต้องยกความดีให้ทางประธานค่ายที่หาคนไปได้เยอะขนาดนี้ ร่วม ๆ 100 กว่าชีวิต 1 รถ 6 ล้อ กับ 6 กระบะ  ก็ได้รับรู้ความรู้สึกของแต่ละฝ่ายตัวแทนไป  มีเต้นรอบกองไฟกันหน่อย ๆ ก็เลิกรา ตั้งแก้งค์ก๊วนกันเป็นกลุ่ม กองไฟจากหนึ่ง ขยายเป็นสอง สาม สี่ เรื่อย ๆ เพราะหนาว  ผมก็เข้านอนโน้นเลยครับ จะตี 2 ให้แล้ว

2009-01-11

นอนไม่อยากจะตื่นเลยยย แต่เด็กน้อยดันกดกริ่งซะนี่ เลยต้องพากันตื่น ก็ใกล้ๆ  จะแปดโมงแล้วล่ะ แต่ข้างนอกยังไม่สว่างสักเท่าไหร่  พูดออกมาแต่ละที นึกว่าตัวเองไปเกาหลีซะแล้วววว มีควันออกมาด้วย ที่จริงก็มีตั้งแต่่ช่วงดึก ๆ วานนี้ แล้วล่ะ ก็พากันล้างหน้าแปรงฟัน เข้าแถวเคารพธาชาิติ และกินข้าวววววววววว (กินครบทุกมื้อเลยแฮ่ะ) เก็บขยะก่อนออกเดินทาง (อันนี้ไม่ได้ช่วยเขาครับ อู้งานจริง ๆ ) และก็มีการมอบของที่ระทึก เอ้ยย ระลึก ขอบคุณซึ่งกันและกัน  ถ่ายรูปกันสักหน่อย  และก็ร่ำลา เดินทางออกจากโรงเรียนตอน 10 โมงกว่า(น่าจะใช่)

เป้าหมายของเราคือออ หินผางาม ครับ นั่งรถหลาย ชม. อีกแล้ว มาถึงก็พากันไปลุยสนามกันเลย ทุกซอกทุกมุม ฮากันตลอด เมื่อเดินเมื่อยแล้วก็พากันไปกินก๋วยเตี๋ยวว( เจริญอาหารจริงเรา) เบิ้ลด้วยนะ ไม่ธรรมดา ก็เหนือยแล้ว นอนรอที่รถเลยละกัน ออกจากที่นี่จะบ่ายสามนิด ๆ มุ่งสู่ ตัวเมืองขอนแก่น เพื่อนั่งรถไฟกลับกรุงเทพฯ (เวลารถ 21.00 น.) ตอนนั้นดูเวลาแล้ว โห น่าจะหลาย ชม. นะเนี่ย แต่ก็นั่งฮากันมาตลอด เห็นงูปลอมก็ฮา เห็นขวด(ตู๊ด ๆ ) <–โดนเซ็นเซอร์ซะงั้น    ก็ฮา  เริ่มจะบ้ากันไปแล้ววววววววววว    ใกล้จะถึง ขอนแก่น เหลืออีกประมาณ 50 กม. ก็มีเหตุฉุกเฉินครับ รถยางแบนนน   เสียเวลาไปเกือบ ชม. เหมือนกัน จากสว่าง เป็นมืดทันที  ความเย็น หนาวเหน็บ มาเยือนแบบมิได้นัดหมายทันที โอ้ววว 50 กม. เหมือน 500 กม. เลย

ถึงสถานีรถไฟก็ ทุ่มเศษ เมื่อดูเวลารถออกแล้ว ปรากฎว่า คำนวณจำนวนคนแล้วไม่น่าจะพอ เลยต้องแยกกลับเป็นสองชุดเป็นสองเวลา คือ 21.00 น. และ 22.00 น.  เมื่อเป็นแบบนี้ผมกับเพื่อนเอ เลยขอแยกออกมาไปนั่งรถทัวร์กลับดีกว่า สาเหตุเพราะกลัวจะไม่ทันเวลางานด้วย เพราะขาไป ออกจากกรุงเทพฯ เกือบ 2 ทุ่ม ถึงขอนแก่นเกือบเช้า คำนวณแล้วไม่ทัน  เลยต้องแยก  ก็ได้น้อง ๆ ที่ มข. ซึ่งรู้จักกันด้วย Programming นี่แหละครับ เป็นไกด์พาไปดูตั๋ว เกือบจะไม่ทันเหมือนกัน ได้รถ 4 ทุ่ม 50  หลังจากได้ตั๋วเลยพากันไปกินข้าวที่ตลาดโต้รุ่ง  และต่อด้วยไหว้ศาลหลักเมือง และจึงพากันไปรอขึ้นรถ ออกเดินทางมาไม่ถึงครึ่ง ชม. ผมหลับเลย ได้ของมาในรถ ไม่ว่าจะเป็นขนม น้ำดื่ม นม ก็ไม่ได้แตะเลย มารู้ตัวอีกทีก็ช่วงที่พนักงานในรถเปิดไฟ และก็ถึงรังสิตพอดี    เวลาตี 4 เป๊ะเลย สรุปใช้เวลาไป 5 ชม.เอง ถือว่าเร็วรถไฟเยอะเลยยยย ทำงานทัน ก็ไม่อยากหนาวรอรถเมล์ เลยนั่งแท็กซี่กลับซะเลย ซื้อเวลานอนละกัน ถึงห้อง 04.20 น. มีเวลานอนอีก 4 ชม. เสร็จเลย ไม่ปล่อยไว้

สรุป

เป็นทริปที่หนาวเอาการ แต่ได้สาระ ได้ประโยชน์ได้แง่คิดกลับมา ดำเนินชีิวิตแบบมีค่าต่อไป ทำให้อุดมการณ์ที่อยากไปอยู่ต่างจังหวัดหวนกลับมาอีกครั้ง และก็รู้สึกแบบนี้ตั้งแต่ก่อนปีใหม่แล้ว  แต่ก็ยังมีบางสิ่ง บางอย่างที่ต้องทำก่อนออกไปจริง ๆ เลยต้องทนรอครับ ทนรอต่อไป แล้วจะออกไปแบบสมบูรณ์    ขอบคุณชาวบ้านที่ต้อนรับอย่างอบอุ่น(ผ้าห่ม 3 ผืน) และอาหารที่อร่อย ถูกปาก ทำให้เจริญอาหารได้เยอะเลย  เพื่อนบอยที่เป็นแม่เหล็กในการเดินทางครั้งนี้ และสุดท้ายค่ายอาสา ครุศาสต์ มจพ. ที่จัดโครงการดี ๆ แบบนี้ขึ้นในประเทศไทย โอกาสหน้าฟ้าใหม่คงได้ไปกันอีกครั้ง สำบายดี

ปล. ภาพอยู่ที่เพื่อนหม๊ดด เลยยย  กล้องคืนน้อง ๆ ไปแล้ว เลยอาศัยไปเข้ากล้องเพื่อน ๆ เอา รู้สึกจะเยอะกว่าเจ้าของกล้องด้วยอ่ะนะ ไว้ได้แล้วจะมาอัพเดต

😛  😆  :mrgreen: