ไม่อยู่หลายวัน ไปทัวร์โรงพยาบาลมา(อ่าน5790ครั้ง)
เนื่องจากได้รับข่าวว่ายายไม่สบาย อยู่โรงพยาบาล จึงต้องรีบกลับบ้านด่วน ตั้งแต่ 14 จึงยังไม่ได้ทำบทความตามที่สัญญากันน้อง ๆ ไว้ วุ่นวายมากทีเดียว จากอำเภอ ย้ายไปจังหวัด จากจังหวัด ย้ายข้ามจังหวัด เขาสู่อุบลราชธานี ผู้คนมากมายก่ายกอง
เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวบรวมผู้ป่วยจากทั่วทุกสารทิศอีสานตอนบน เพราะอุบลเป็นจังหวัดที่ใหญ่จังหวัดหนึ่งและอุปกรณ์การแพทย์ค่อนข้างพร้อม กว่าจังหวัดเล็ก ๆ เยอะเลย
เพราะเหตุนี้ ตอนนี้ยายก็ยังไม่ได้ตรวจโรคได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ สาเหตุจากคนป่วยเยอะ พอจะตรวจที มีเหตุการณ์ฉุกเกินกว่า หมอก็เลื่อนอีก ดูเหตุการณ์แล้วท่าจะไม่ดี แต่ดีที่ยายอาการดีขึ้นบ้าง จากการรมยา แต่สภาพแวดล้อมไปดีเลย เต็มไปด้วยคนไข้หนักรอบตัว ย่อมส่งผลต่อสภาพจิตใจอยู่บ้าง
แต่ประจวบกับน้า ๆ เข้าไปสมทบ และอยู่ก็ช่วยไรไม่ได้แล้ว เรื่องที่ต้องทำก็ทำหมดแล้ว เลยขอกลับทำงานต่อ และรับข่าวสารเป็นระยะเอา ยังมีไรให้ทำอีกเยอะ ขอทำในส่วนที่ทำได้ก่อนละกัน
สิ่งที่สงสัย และน่าจะปรับปรุง
ณ นครพนม
ตอนย้ายจากโรงพยาบาลนครพนม -> โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี
หมอแจ้งตอนเช้าบอกเตรียมตัว 14.00 น. จะทำการย้ายและเข้าการรักษาที่อุบล แต่รอจนจะถึง 1 ทุ่มค่อยได้เดินทาง ถ้าเป็นคนเจ็บหนักมากกว่านี้ ก็คงจะไม่เหลือแล้วล่ะ สอบถามได้ความว่า รถโรงพยาบาลมีไม่กี่คัน (อันนี้น่าเห็นใจ ไม่เป็นไร เข้าใจ ) แต่ไม่น่าจะระบุเวลาที่แน่ชัด ในเมื่อไม่แน่ใจว่ารถจะว่างอีกเมื่อไหร่ ควรจะบอกให้ญาติรอจนกว่าจะมีรถว่าง ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องให้รออย่างใจจดใจจ่อ
ลองนึกถึงเวลาเรานัดใครไว้สักคน แล้วเวลาล่วงเลยก็ยังไม่มา เรารู้สึกอย่างไรบ้าง แต่การนัดกันทั่ว ๆ ไปไม่ได้เสียหายไรมากไปกว่าความรู้สึก แต่กรณีนี้มันมากว่าความรู้สึก เพราะมันยังหมายถึงชีวิตคนด้วย
แต่ถ้าท่าน ๆ เหล่านั้นมีคำอธิบายอะไรที่ผมยังไม่รู้กรุณาบอกที บางทีอาจจะเข้าใจมากกว่านี้ ช่วยแจ้งแถลงไขที
ณ อุบลราชธานี
ออกจากนครพนมราว ๆ ทุ่มเศษ มาถึงอุบลราชธานี เกือบ 4 ทุ่ม ด้วยระยะทางรวม 271 กม. ผ่าน อ.เรณู อ.ธาตุพนม เข้าสู่ จ. มุกดาหาร จนถึง อุบลราชธานี ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.ครึ่ง ช้ากว่ารถพยาบาลราว ๆ 20 นาที เพราะรถโรงพยาบาล เล่นไม่รอครับบบ ผ่าไฟแดงทุกแยกเลย ไอ้เราก็ต้องคอย ที่ละ นาทีบ้าง 2 นาทีบ้าง ครึ่งนาทีบ้าง แล้วแต่เงื่อนไข การติดขัดจราจรแต่ละที่
ขณะเดินทางหวนกลับไปนึกถึงสมัยยังเรียนอยู่ เพื่อนเคยชวนไปเรียนที่อุบลด้วยกัน บอกว่าเป็นจังหวัดใหญ่มาก รถสองแถวมีสายด้วย( เหมือนรถเมล์ใน กทม ) แต่ตอนนั้นเลือกที่จะเข้า กทม เพราะน่าจะใหญ่กว่า (และก็ใหญ่่กว่าจริง ๆ ด้วย ฮา) และก็วกกลับมาคิดว่า ถ้าใหญ่แสดงว่าโรงพยาบาลไม่ได้มีที่เดียวเหมือนบ้านเราแน่ และตอนตามไป ไม่ได้ถามเลยย ว่าโรงพยาบาลชื่อไร แล้วตอนนี้ก็ตามรถ กลัวจะไปโรงพยาบาลไม่ถูกอีก ชื่อเพื่อนโจ้ ผุดขึ้นมาจากหัวทันที เอาล่ะ นี่แหละคือทางออก แต่ไม่ทันไร ก็เห็นไฟกระพริบของรถโรงพยาบาลอยู่ราง ๆ ก็เลยหายห่วง สุดท้ายตามทัน พอไปถึงสถานที่นึกว่าไม่ใช่โรงพยาบาล นึกว่าเป็นโรงแรมซะอีก เพราะตกแต่งดูหรูมาก
และด้วยความหรู ใหญ่ มักจะแฝงไปด้วยความกลัว (ถ้านึกไม่ออก ลองจินตนาการว่านอนคนเดียวในห้องใหญ่ ๆ พอปิดไฟ จะเห็นไรกว้างและน่ากลัว แบบนั้นแหละ) พอทำเรื่องเสร็จ ตามคนไข้ไป โอ้วแม่เจ้าา โรงพยาบาลหรือตลาดนัดสวนจตุจักรกันแน่ คนเยอะมาก คนไข้ล้นห้อง ต้องเอาเตียงคนไข้ที่ไม่หนักมาไว้ข้างนอกแทน ญาติก็เยอะมาก จนไม่มีที่นั่ง เลยส่งผลให้ทางเดินก็แคบตาม
นั่งอยู่นั่นราว ๆ 10 นาที มีคนตายไป 3 ศพ ขนเข้าขนออก และมีเหตุการณ์หนึ่งที่ไม่ประทับใจเอาเสียเลย เห็นอาชีพหนึ่ง ปรากฎขึ้นมา นั่นคือ ขนศพกลับบ้าน ไม่ผ่านห้องเย็น และก็เห็นคนที่เกี่ยวข้องเป็นถึงอาชีพที่ทุกคนมอบชีวิตให้ดูแล เรื่องราวมีอยู่ว่า พอมีคนสิ้นบุญ(หมายถึงไม่มีโอกาสได้ทำบุญทำกุศลอีกแ้ล้ว) ปกติจะมีกระบวนการผ่านขั้นตอนของโรงพยาบาล แจ้งให้ญาติทราบว่าได้เสียชีวิต->เซ็นรับทราบ->ส่งตัวไปฉีดยา->ส่งไปห้องเย็น->ทำเรื่องขอกลับบ้าน (อันนี้จำมาจากตอนที่แม่เสีย ถ้าทุกที่ไม่เหมือนกันก็ขอคำชี้แนะด้วยครับ)
แต่สิ่งที่ผมเจอที่นี่ มีคน(อาชีพดูแล)มาบอกว่าสามารถขอตัวกลับได้เลยไม่ต้องทำเรื่องเข้าห้องเย็น เพราะตอนมาติดต่อขอกลับบ้าน ยุ่งยาก หลายวัน(อันนี้เขาบอกกับปากเองเลยนะ) เลยทำให้ญาติอาจจะไม่อยากวุ่นวาย เลยขอกลับบ้าน และเขาก็เสนอราคาในการขนว่า 3500 บาท ที่นี้ก็เกิดการต่อรองกันขึ้น ทางผู้จะไปส่งก็ไม่เอา จะเอาให้ได้ราคานี้ ตอนนั้นผมคิดว่าบ้านเขาคงอยู่ไกล แต่ดูท่าทางต่างฝ่ายต่างไม่เป็นที่พอใจ เลยเข้าไปถามสักหน่อย(วุ่นวายกับชีิวิตเขาจริง)
ได้ความว่า อยู่อำเภอพิบูล ห่างจากโรงพยาบาลประมาณ 70 กิโล เท่านั้นแหละ(เจ้าตัวบอกอ่ะนะ) ทำให้ผมมองไปทางผู้อยากจะไปส่งทันที แล้วคิดว่านี่หรือคนไทย ไม่เห็นเหรอว่าสภาพของคนกำลังเสียคนที่รักไปและดูจากสภาพการณ์ คงไม่ได้ร่ำรวยอะไร มากมายขนาดนั้น และไป-กลับ คงไม่เสียค่าใช้จ่ายขนาดนั้นหรอกมั่ง หรือถ้าใครบอกว่ามันสมเหตุสมผลแล้ว ผมก็ขออภัย ทั้งนี้เพราะผมก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนจน ที่มองว่า ในยามนั้น 3500 มันมากเกินไป ถ้ามีรถเอง ผมคงจะตัดสินใจไปส่งแล้วล่ะ และคงจะไม่กินเลือดกินเนื้อกันขนาดนั้น
และสุดท้ายทางเขาก็ตัดสินใจไป เพราะไม่มีทางเลือก เพราะทางพยาบาลบอกว่าถ้าไม่เอาไปวันนี้ จะยุ่งยากอีกหลายวัน เพราะต้องทำตามขั้นของโรงพยาบาล (พูดเหมือนให้รีบเอากลับ) คิดในทางดีหน่อย โรงพยาบาลอาจจะไม่มีที่เก็บ และไม่อยากให้ทางญาติยุ่งยากมาก
แต่วันรุ่งขึ้นได้ความว่า พยาบาลคนนั้นกับคนที่อาสาจะไปพาไปส่งนั้น ไม่ได้เป็นแค่คนรู้จักกัน เพราะเห็นเข้านอกออกใน ห้องนั้นได้ตลอด พอมีคนใกล้จะถึงเวลาจากโลกก็มักจะพูดว่า “งานเข้าอีกแล้ว” เป็นใครก็คงจะอดคิดไม่ได้ว่า สงสัยมันคงเป็นธุรกิจไปเสียแล้ว และอาจจะมีมากกว่านั้นก็เป็นได้ อันนี้เป็นข้อสันนิษฐานของผมแค่นั้นเอง และอยากจะบอกว่า การหาผลประโยชน์จากความทุกข์ของคนอื่น มันไม่จีรังยั่งยืนหรอก
และสำหรับเรื่องที่พักญาตินั้น ผมได้เช่าห้องตรงข้ามกับโรงพยาบาล ก็มีขนาด 2-3 คน ราคา 65 บาท/วัน และขนาด 4-5 คน 100 บาท/วัน ก็เขียนไว้ครับ เผื่อมีประโยชน์กับท่านบางคน ไม่แน่อาจจะได้ไปอุบลแบบไม่ได้ตั้งใจอย่างผมก็เป็นได้
ใจเขาใจเรา
ถ้าคุณเข้าไปโรงพยาบาลเอกชน สิ่งที่มักจะเจอ คือการต้อนรับดี การเอาใจใส่ดี รวดเร็ว ทันใจ แต่ว่าก็ต้องแลกด้วยค่าใช้จ่ายก้อนโต แต่ถ้าเป็นของรัฐ ด้วยประชากรของไทยส่วนใหญ่ ยังยากจน ต้องมักพึ่งของรัฐนี่แหละ จนทำให้อัตราแพทย์พยาบาลต่อประชากรเยอะมาก รับผิดชอบมาก ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะหงุดหงิด หรืออารมณ์เสีย ก็ให้เข้าใจว่า เขาเจออะไรมาเยอะ และทุกวัน ถ้าเป็นเรา เราก็คงเป็นแบบนั้น แบบไม่รู้ตัวเช่นกัน ถ้าคิดได้แบบนี้เราจะคุยกับเขารู้เรื่องและทุกอย่างจะดำเนินการไปได้ด้วยดีครับ ลองเอาไปใช้ดู นี่แหละของดี และมีประโยชน์ ผ่านการทดสอบการใช้มาแล้วนะ จึงบอกต่อ
สิ่งที่ได้รับและประทับใจ
เห็นเขียนมาอาจจะดูเป็นทางลบ แต่ก็มีส่ิงที่เป็นบวกอยู่บ้างครับ นั่นก็คือ
- 70% ของคนอุบล น่ารัก ผิวพรรณดี(แหม ตะก่อนไม่เชื่อ ตอนนี้เชื่อแหละ เพราะเห็นกับตา 55+)
- ญาติ ๆ บอกว่าไม่อยากหาเงินเยอะแล้ว อยากทำความดี ดีกว่า เพราะถึงทำไปก็ต้องมาเจอสภาพแบบนี้ในบั่นปลาย ( ดีใจมากที่มองเห็นแล้ว )
- ต่อเนื่องจาก 2 ตัวอย่างดี ๆ บางทีก็ไม่ต้องปากเปียกปากแฉะ
- ความลับไม่มีในโลก (คนใกล้ตายมักจะบอกทุก ๆ อย่าง )
สิ่งที่อยากจะทำ
- จะกลับไปอุบลอีกครั้ง อยากไปในแบบนักท่องเที่ยว และอยากไปชมธรรมชาติ
- อยากไปเที่ยวสะพานไทยลาวแห่งที่สองอีกครั้ง เพราะตอนเห็น เห็นกลางคืน ไม่ได้เห็นทัศนะภาพชัดเจน ตอนนี้ยังนึกภาพไม่ออกเลย แต่เห็นรถเมล์ผ่านข้ามฟากด้วยนะ
สรุป
ถ้าท่านช่วยคนเพราะด้วยความตั้งใจ ดั่งปณิธานที่ได้แน่วแน่ตั้งแต่ต้น และถือหัวใจสำคัญของการเป็นผู้เสียสละตนเพื่อส่วนร่วมมาสำัคัญอันดับหนึ่ง เห็นส่วนตนมาอันดับสอง ท่านย่อมได้ยศ ชื่อเสียงตามมา(ใจความนี้ผมอ่านและจำมาจากหน้าพระบรมฯ หน้าโรงพยาบาล) ผมเชื่อว่าท่านคงจะมีความสุขมาก กับผลลัพธ์ของการกระทำ แต่ถ้ามันตรงกันข้าม ผมเชื่อว่าบาป บุญ คุณ โทษ มีจริง และมักจะติดจรวดเสียด้วย ก็ขอให้ท่านโชคดีกับสิ่งที่ท่านเลือก
ขอบคุณครับ




















December 19th, 2008 at 6:03 pm
โห3500 แพงมากๆๆ หากินแม้กระทั้งกับคนตาย แถวบ้านJ_S มีรถของส.ส.อ่ะรับส่งให้ ประมาณมูลนิธิแบบกรุงเทพอ่ะ
แล้วก็ช่วยค่าน้ำมันเขา เป็นสโลแกนหาเสียงว่านึกอะไรไม่ออกบอก…คนแถวนั้นเค้ารู้ดี