กลับมาอีกครั้ง ตามคำเรียกร้อง  ขึ้นต้นซะแรง  หลายคนคงจะคิด นาน ๆ โพล่มาที มาแบบนี้ สงสัยจะเครียดจัด….แต่ความจริงเรื่องของเรื่องไม่มีอะไรมากมายหรอกค่ะ แค่สะกิดผู้อ่านเลยว่า เอ๊ะ…ที่ว่ามานั้น มันเรื่องอะไรกัน…จะว่าไป ก็เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า อย่ามัวฟังผู้เขียนเพ้อเจ้อเลย..เสียเวลา…

ปีเสือที่แล้ว  มันช่างร้อนแรงได้ใจ ไม่ว่าจะเรื่องเงิน เรื่องงาน   แต่ว่านาทีนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับคนที่ไม่ได้รับข่าวดีอย่างที่หวังหรอกนะคะ   เพราะสิ่งที่น่าสนใจกว่านั้น เห็นจะเป็นบุคคลที่่น่าอิจฉาต่อไปนี้ตั้งหาก    จะว่าไปปีที่แล้วใครหลายๆ คน คงได้รับข่าวดี ไม่ว่าจะเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้น เงินเดือนขึ้น เบี้ยเลี้ยง โบนัส สารพัดเงินได้  แถมโปรแกรมเมอร์บางคนยังหาลำไพ่พิเศษอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็น เงินค่าโฆษณาบนเว็บไชต์ (รู้จักกันในนาม text link) ทำให้บางคนได้รับเงินค่าจ้างทำเว็บไชต์ของบริษัทบ้าง ซึ่งหากท่านใดได้รับรายได้จากการทำงานให้จากบริษัทที่มีการออกใบเสร็จให้แล้วนั้น ในแต่ละครั้งท่านอาจจะสงสัยว่า

เอ๊ะ!!!!.. ทำไมค่าจ้างเราได้ไม่เท่ากับที่ตกลงกันไว้หว่า  ทำไมมันหายไปไหนส่วนหนึ่ง (หรือว่าเค้าจะลืม เอ…หรือว่าเค้าจะหักค่านายหน้ากันแน่)  แต่ว่าทำไมเค้าแุุถมกระดาษใบเล็กๆ ที่เขียนว่า “หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย” มาด้วย (อืม..สงสัยเราจะโดนหักภาษีนั่นเอง)    หรือบางคนก็อาจไม่เคยสงสัยเลยก็ได้ (อาการหนักแล้วละค่ะ)


แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น มีใครบ้างไหมสังเกตว่า ทำไมต้องหักของเราด้วยหว่า แล้วภาษีของเราจะไปไหน รวมถึงแล้วเงินได้ดังกล่าวจะต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วยหรือเป่า  นั่นสิ …เนอะ…

จะว่าไปทุกครั้งที่ท่านได้รับเงินเดือน บางคน ย้ำว่า บางคนเท่านั้นที่จะเ้ข้าใจว่า เงินเดือนที่ได้รับเงินโดนหักภาษีเงินได้จากเกณฑ์อะไร แต่ ก็อยากจะย้ำอีกว่า ยังมีอีกบางคน หรือหลายๆคน ไม่เข้าใจซักนิดหนึ่งว่า ทำไมต้องหักของผมด้วย…ไรงี้… จะว่าไปก็ต้องเล่ากันใหม่เลยตั้งแต่ต้นมั้งถึงเรื่องนี้ แต่ก็ขอเล่าแบบสรุปเลยละกัน (ภายใต้สมมุติฐานว่า ทุกคนเริ่มจะเก่งขึ้นบ้างแหละและจำไว้ด้วยว่า  ภาษีทีุุ่ถูกหักจาก ค่าจ้างที่ได้รับ ในหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย สามารถนำมารวมในการคำนวณภาษีด้วย  เป็นยอดหัก จากภาษีที่ต้องชำระทั้งหมดนั่นเอง  หากไม่พอก็ต้องจ่ายเพิ่ม แต่หากโดนหักมากไปก็ไปของคืนได้นะ)

เริ่มต้นที่ เงินเดือนเกิน 20,000 บาท ต่อเดือน รวมเป็น 240,000 บาทต่อปี (เขียนไปอิจฉาไปทำไมพวกนี้ได้เงินเดือนเยอะกว่่าเราหลายเท่าตัว) จำเป็นต้องเสียภาษีนะค่ะ แต่บางกรณี ก็ยกเว้นกรณีเป็นพวกที่มีภาระเยอะ ลูก 2  เมีย 3 พ่อแม่อีก 2  หรือ พวกที่ต้องผ่อนบ้าน เสียประกันสังคม ทำประกันชีวิต พวกนี้ เมื่อนำเงินเดือนมาคำนวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแล้ว มีเงินได้สุทธิไม่ถึง 150,000 บาท พวกนี้เป็นพวก  มนุษย์พันธุ์พิเศษ  ที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา      (สรุปเป็นพวกรายได้น้อย แต่รสนิยมสูง เหมือนคนเขียนนั่นเองละคร้า….อ๊ายยยย…อาย…จริง)

แต่มีอีกพวกหนึ่ง เป็นพวกรายได้น้อยแต่รสนิยมสูงเหมือนพวกแรก แต่บังเอิญ ทำบุญมาเยอะหน่อย ก็มีเงินได้พิเศษ ประเภท โบนัส เบี้ยเลี้ยงจาำกบริษัทให้มา หรือพวกที่บริษัทมีบ้านให้อยู่ฟรี ไรงี้…(อย่าเพิ่งดีใจไปว่าคุณเป็นคนโชคดีนะค่ะ) จำไว้ว่า กรมสรรพากรรู้เห็นว่าคุณได้อะไรมาจากไหนบ้าง อย่าคิดจะปิดบังให้อยากเลย การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจำเป็นต้องเอาเงินเพิ่มพวกนี้มารวมคำนวณด้วย ….หากว่าเกิน 150,000 บาทเมื่อไหร่ จำไว้   เงินที่เหลือเสียภาษีนะค่ะ เริ่มต้นที่ 10% ของเงินได้สุทธิ เป็นไปตามอัตราภาษีเงินได้แบบก้าวหน้า ….(แบบเพิ่มอัตราขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ..)

ที่เหลือ คือพวกที่น่าอิจฉาที่สุด ก็คือ พวกที่ทำงานได้เงินเดือนเยอะอยู่แล้ว แถมโบนัสก็ยังมโหฬาร บานตะไท แถมยังมีเงินได้จากค่าจ้างทำเว็บไชต์ เขียนโปรแกรม อีก (เห้อ  ไม่รู้จะเอาเงินไปเก็บที่ไหน) อยากจะบอกว่า ถึงจะเป็นพวกที่มีภาระเยอะยังงัย การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก็น่าจะเหลือเงินได้สุทธิเอาไว้เสียภาษีบ้างแหละน่า  ว่ามะ… (แอบสะใจนิด แต่อิจฉามากกว่าที่มีเงินมากจนเหลือไว้เสียภาษี) จำเป็นต้องนำเงินได้ดังกล่าวทั้งหมดที่ได้มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี ตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาดังนี้นะจ๊ะ

0               ถึง    100,000         อัตรา 5%           เสียภาษี   5,000   บาท    (ยกเว้นไม่ต้องเสีย)

100,001    ถึง    150,000        อัตรา 10%         เสียภาษี    5,000  บาท     (ยกเว้นอีกเช่นกัน)

150,001   ถึง    500,000         อัตรา 10%         เสียภาษี     35,000 บาท  (อันนี้ต้องเสียน)

500,001  ถึง  1,000,000        อัตรา 20%          เสียภาษี   145,000 บาท  (อันนี้ก็เสียจริงจ๊ะ)

1,000,000  ถึง  4,000,000  อัตรา  30%      เสียภาษี  1,045,000 บาท (อันนี้ก็มากโขเลย)

ตั้งแต่ 4,000,000 ขึ้นไป           อัตรา  37%       เสียภาษีเป็น (อันนี้อ่านว่า อินฟินิตี้ เด้อ..)

สุดท้าย  …อยากจะกล่าวอะไรจากใจ “ถึงแม้จะดีใจที่ได้รับยกเว้นไม่เสียภาษี  แต่ก็ยังอยากมี   สักครั้งในชีิิวิตที่เสียภาษีอัตรา 37% แบบไม่จำกัดจำนวน”