เมื่อวันก่อน มีเหตุการณ์น่าตื่นเต้นจากคุณ admin  คือได้รับเอกสารการกรอกแบบฟอร์ม เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 91 ) มาแต่เพราะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งมีเงินได้ในปีแรก ก็เลยมีข้อสงสัยมากมายจึงถือโอกาสตอบข้อสงสัยพร้อมกันให้ความรู้แก่เพื่อนโปรแกรมเมอร์ซะเลยที่เดียว เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

แรกเิริ่มเดิมทีคนไทยทุกคนมีหน้าที่เสียภาษีทั้งสิ้น บางคนคิดว่าไม่เห็นจะได้เสียภาษีเลย ไม่เค๊ย..ไม่เคยเห็นภาษีที่เสียมาก่อน ขอบอกตรงๆๆว่าท่านคิดผิดเสียแล้ว คนไทยทุกคนต้องเสียภาษีอยู่แล้ว อย่างน้อยก็คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งก็คือ ภาษีซื้อ ที่เราเสียจากการซื้อสินค้าทุกชนิดนั่นเอง แต่ที่เราไม่รู้สึกว่าเสียภาษีเพราะว่า ผู้ขายได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ในตัวสินค้าแล้ว (ถ้าไม่เชื่อ สังเกตตรงใบเสร็จรับเงินที่ได้รับจาก 7-11 สิ จะมีบอกว่า ยอดสินค้าที่ซื้อน้อยกว่าราคาที่ติดไว้และมีบรรทัดเล็กๆๆบอกว่า VAT  7% มีเท่าไหร่ เมื่อนำมารวมกันก็จะได้ราคาสินค้าที่เราซื้อ(ราคาที่ติดป้ายบอกไว้ว่าขายราคาเท่าไหร่) เห็นไหมค่ะ  เราทุกคนเข้าคุณสมบัติ การเป็นพลเมืองที่ดี นะเนี่ย (เพิ่งรู้ตัว)
อิอิ ต่อไปนี้ก็เป็นคำถามของคุณ admin ค่ะ

คุณ admin ได้รับแบบฟอร์มกรอกภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ถ้าเป็นบริษัทจะเป็นภาษีเงินได้นิติบุคคล) แล้วที่นี้ แบบฟอร์มที่ได้รับเป็นแบบ ภ.ง.ด. 91 ซึ่งใช้สำหรับกรอกเงินได้ มาตรา 40(1)ก็คือ เงินได้สำหรับการจ้างแรงงาน หรือก็คือเงินเดือนนั่นเอง (คือปรกติ ตามกฏหมายภาษี จะมีเงินได้ทั้งหมดคือ 8 ประเภทจะแบ่งเป็นมาตราคือ 40(1)-(8)  ค่ะ แต่คุณ admin มีเงินได้ทั้งปีภาษีเดียวคือ มาตรา 40(1)เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน  (เงินเดือน) และรวมถึง ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใดๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระเงิน ทรัพย์สิน หรืออื่นๆ ซึ่งเป็นผลมาจากการจ้างแรงงาน (ก็คือจ้างเราทำงานแล้วออกค่าใช้จ่ายอื่นๆให้เรา) เงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวที่ออกจากงาน (เงินก้อนที่จ่ายให้ตอนเลิกจ้าง) และรวมถึงเงินที่ได้รับจากการชดเชยตามกฏหมายแรงงานที่มีระยะทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี ถ้ามีเงินได้ดังที่กล่าวข้างต้น ก็ต้องนำมารวมกันก่อนแล้วค่อยคำนวณ

เมื่อเรารู้ความหมายของเงินได้พึงประเมินแล้ว ก็มาถึงการคำนวณ

เริ่มต้น เราก็ต้องนำเงินได้ ที่มีในมาตรา40(1)มาคำนวณ มีเท่าไหร่ ก็นำมาบวกกันให้หมด ที่นี้จะทำแบบคำนวณ คร่าวๆๆละกันนะค่ะ      (คือว่าหนูพยายามจัดหน้าตา แบบคำนวณแล้วนะค่ะ มัีนไม่ค่อยตรง ก็ดูเทียบกับแบบฟอร์มการกรอกอีกทีนะค่ะ หนูพยายามแล้วคร้า   เห็นใจหนูเถอะ)

เงินได้พึงประเมิณ เงินเดือน (จำนวนเงินเืดือน*12)                                     ……………..

หัก ค่าใช้จ่าย 40%แต่ไม่เกิน 60,000 บาท                                          ……………..

เงินได้พึงประเมิณสุทธิ                                                                                     ……………..

หัก ค่าลดหย่อน

ผู้มีเงินได้                                                                                           30,000

ค่าเบี้ยประกันชีวิต (ไม่เกิน 100,000 บาท) …………

เงินได้พึงประเมิณสุทธิ(เงินได้ทั้งหมด-ค่าใช้จ่าย-ค่าลดหย่อน)                       ……………..

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาุที่ต้องจ่ายชำระ                                                            ……………..

หัก ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย(ที่เราถูกคนอื่นหัก)                                                 ……………..

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสุทธิ                                                                            ……………..


ที่นี้มาดูว่าจะต้องเสียภาษีเท่าไหร่กันแน่ มาดูอัตราภาษีก่อน บุคคลธรรมดาต้องเสียภาษีเงินอัตราก้าวหน้าคือ

เงินได้   0  ถึง  100,000             อัตราภาษี 5%     (ได้รับยกเว้นให้ไม่ต้องเสีย)

100,000  ถึง  150,000              อัตราภาษี 10%  (ไ้ด้รับยกเว้นให้ไม่ต้องเสียเ)

150,000  ถึง  500,000             อัตราภาษี 10%

500,000  ถึง  1,000,000        อัตราภาษี  20%

1,000,000  ถึง  4,000,000       อัตราภาษี  30%

4,000,000 บาทขึ้นไป                     อัตราภาษี  37%

ที่นี้ คุณ admin ก็แค่เอาเงินได้พึงประเมิณสุทธิที่เหลือนะค่ะ มาดูว่าเงินได้อยู่ในช่วงไหน ถ้าอยู่ในช่วงยกเว้นก็ไม่ต้องเสียภาษี แต่ถ้ามีเงินเยอะ เหลืออยู่ในช่วงไหนก็เอาอัตราภาษีมาคูณ ก็จบค่ะ คืออีกอย่าง ถ้าภา๊ษีเงินได้หัก ณ  ที่จ่าย มากกว่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ต้องชำระ เราก็มีสิทธิได้คืนได้ด้วยค่ะ กรมสรรพากรให้คืนค่ะ



และแล้วก็เหลืออย่างเดียว ก็คือนำไปกรอกในแบบฟอร์ม ให้ครบถ้วน แล้วก็ส่งกรมสรรพากร (กรณีมีค่าเบี้ยประกันชีวิตต้องมีหลักฐานการจ่ายเบี้ย เช่น ใบเสร็จรับเงินที่ระบุ ช่วงเวลาและค่าเบี้ยประกันนะค่ะ) คิดว่าคุณ admin คงเก็บอยู่แล้ว ที่นี้กรอกเสร็จ ก็อาจจะแนบเอกสารไปค่ะ ที่นี้่ก็เรียบร้อย หน้าที่สำคัญของการเป็นพลเมืองที่ดีเแล้วค่ะ

ช่องทางการยื่นแบบ สามารถยื่นแบบทางอินเตอร์เน็ต และดาว์นโหลดแบบฟอร์มต่าง ๆ รวมถึงหาความรู้เพิ่มเติมได้มากมาย   ได้ที่ www.rd.go.th ค่ะ (ข้อมูลอัพเดสที่สุดนะค่ะ เพราะภาษีมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆๆค่ะ )   แล้วถ้าเค้าอยากได้อยากได้อะไรเพิ่มเติมเค้าก็จะส่งเมลมาให้เราให้เอกสารเพิ่ม (ปรกติก็ fax ไปค่ะ )

ที่นี้ก็ยื่นเป็นแล้วนะค่ะ แต่ข้อบอกอีกอย่างว่า ที่กล่าวข้างต้นเป็นการให้รายละเอียดแบบคร่าวๆๆนะค่ะ ซึ่งรายการหรือรายละเอียดอื่นๆ มีเพิ่มเติมอีกเยอะ ถ้าทำไม่ดีหรอว่าไม่ชัวร์ รวมถึงให้ข้อมูลเท็จ  อาจจะโดนเจ้าหน้่าที่กรมสรรพากร ประเิมิณภาษีเพิ่มเติมได้ด้วยค่ะ (ระวังไว้ให้ดีสำหรับคนที่จะขอคืนภาษี)


เป็นคนที่พอดี แล้วจะเป็นคนที่ดีพอ