money-tree

ว่าเรื่องการออมไว้เมื่อคราวก่อน มีหลายกระแสที่ตอบรับมาเป็นอย่างดีเกี่ยวกับการออมและบทความอื่นๆ ในเมื่อคราวก่อนพูดเรื่องการออมไว้และได้กริ่นนำไว้คร่าวๆว่า การออมจะให้ผลตอบแทนที่ดีได้นั้น ผู้ออมต้องหาทางที่จะเพิ่มผลตอบแทนในการออมให้มากขึ้น โดยหันเหที่จะนำเงินออมมาลงทุนเพื่อให้ผลตอบแทนที่จะได้รับมากกว่าการฝากเงินโดยปรกติ

เริ่มต้นด้วยการแนะนำผู้ที่สนใจนำเงินออมที่ท่านมีไว้มาลงทุน สิ่งแรกที่จะแนะนำ(เหมือนโป๊กเกอร์แนะนำ) คือ การนำเงินออมไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ เพราะว่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ซื้อขายกันวันละ 2 รอบ อะ (พยายามกันจริงๆ)

งั้นเข้าเรื่องเลยนะค่ะ ก็คือ หากท่านใดที่สนใจจะแปลงเงินออมที่มีเหลือเก็บมาเป็นเงินลงทุนแล้วละก็ ตอนนี้ มีกองทุนรวมอยู่ 2 ตัวนะค่ะ ที่ผู้ที่ลงทุนซื้อหุ้นในกองทุนรวมแล้วสามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ในทางภาษีก็คือ

1.LTF (Long Term Equity Fund) คือ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว

2.RMF (Retirement Mutual Fund) คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (อะอะ ก็ที่เราโดนหักเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทุกเดือนงัยค่ะ)

มาดูนะค่ะว่าเราผู้เป็นบุคคลธรรมดาจะได้รับผลประโยชน์อะไรจากกองทุนนี้

1.ยกเว้นภาษีเงินได้จากกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน
2.ได้รับลดหย่อมภาษีในการไม่ต้องนำเงินลงทุนไปรวมคำนวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่เกิน 15% แต่รวมกันไม่เกิน 300,000 บาท ก็คือ หากเรานำเงินรายได้ไปลงทุนกฏหมายก็ยกเว้น
3. ลดหย่อนสองตัวรวมกันได้สูงสุดไม่เกิน 600,000 บาท

ในที่นี้ก็หมายความว่าหากบริษัทที่เราทำงานด้วยเค้าให้ความสำคัญกับชีวิตหลังเกษียณของพนักงาน ส่วนใหญ่เค้าก็จะให้พนักงานมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วยเพราะนั่นหมายความว่าการที่บริษัทหักเงินพนักงานเป็นค่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเท่าใดในแต่ละเดือนบริษัทจะต้องจ่ายเงินสมทบ(เท่ากับค่าใช้จ่ายบริษัทเพิ่มขึ้น)เป็นจำนวนที่เท่ากับที่หักเงินเดือนพนักงานไป

แล้วเมื่อพนักงานปลดเกษียณอายุการทำงานพนักงานก็จะได้เงินที่เราจ่ายเข้ากองทุนและเงินสมทบจากบริษัท(ซึ่งก็มากอยู่นะ)

แต่หลักๆแล้วเงินที่เค้าหักเราเข้ากองทุนก็เหมือนกับเรานำเงินไปซื้อหุ้นของกองทุนนั่นเอง แต่ปีหนึ่งๆ เราก็คงจ่ายไม่เยอะ รัฐบาลก็เลยส่งเสริมการลงทุนโดยเพิ่มให้สำหรับผู้ที่จะลงทุนซื้อหุ้นกองทุนเพิ่ม สามารถนำเงินดังกล่าวมาหักเป็นค่าลดหย่อนได้ในการคำนวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั่นเอง

เมื่อเราเกษียณสำหรับเงินกองทุนดังกล่าวข้างต้น เราก็จะได้ผลตอบแทนเป็นจำนวนหุ้นที่เราซื้อคูณด้วยราคาหุ้น ณ ขณะนั้น (แถมได้รับการยกเว้นภาษีอีก เท่ากับเราได้ประโยชน์สองต่อนะเนี่ย คุ้ม…)

แต่การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีและรู้ว่าตัวเองรับความเสี่ยงได้มากแ่ค่ไหนเพราะว่าหุ้นมีทั้งขี้นและลง ท่านอาจจะเป็นเศรษฐีในหนึ่งนาทีและอาจจะกลายเป็นยาจกได้ภายในเสี้ยววินาทีเช่นกัน