ช่วงที่ผมหัดเขียนภาษา PHP ใหม่ ๆ ราว ๆ ปี 49  ด้วยเครื่องที่ผมประกอบขึ้นมาเองกับน้ำพักน้ำแรง สะสมทีีละอย่างนั้น แน่นอนครับเครื่องที่ผมประกอบนั้น มันก็ไม่สมประกอบ ( –  -)  เพราะว่ามีปัญหาเรื่อง ฮาร์ดแวร์ไม่เข้ากันบ่อยมาก  จนต้องลงวินโดว์ใหม่เป็นประจำ

ถ้าใครไม่รู้ก็คงคิดว่าบ้าแน่ ๆ เหอะๆ  แต่ด้วยเพราะลงวินโดว์บ่อย ๆ นี่แหละ พอเขียนเว็บไซต์ทีไร บางทีก็ backup ไว้ทัน บางทีก็ไม่ทัน เพราะเครื่องไม่ยอมบอกล่วงหน้าว่าวันนั้นวันนี้จะมีปัญหานะ เตรียมลงวินโดว์ใหม่ได้เลย อะไรอย่างนี้

เลยเป็นเหตุให้ผมต้องหาวิธีว่า จะทำยังไงที่จะเก็บโค๊ดอันเป็นที่ัรักของผมไว้ที่ ที่ปลอดภัยไม่ต้องมานั่งเขียนใหม่ อิอิ ก็เลยได้เทคนิคนี้มาจากเว็บต่างประเทศอ่ะนะ ลืมไปแหละว่าชื่อเว็บอะไร ช่วงนี้สมองก็จำไรไ่ม่ค่อยได้ครับ จำได้แต่ว่ามันทำยังไง แต่จำที่มาที่ไปไม่ยักจะได้ ขนาดหนังสือที่อ่านบางครั้งยังจำชื่อหนังสือไม่ได้เลยยย แต่ว่าจำได้ว่าเล่มนั้น เล่มนี้มีใจความสำคัญว่าด้วยเรื่องอะไร แปลกไหม แต่ผมว่าไม่แปลกนะ เพราะนั่นเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกฝนอะไรบางอย่างอยู่ ไม่บอกหรอกกกกกกกก

มาว่ากันถึงเทคนิคนี้กันเลยดีกว่า เพื่อให้มองเห็นภาพ ขอเอาภาพมาประกอบสักนิดละกัน  ตัวอย่างเช่น

1. ณ ปัจจุบันผมได้ย้ายข้อมูลมายัง Notebook ไว้ที่ Drive: E ครับ แต่อยากรันบน localhost ปกติ เราจะมีวิธีการอย่างไร วันนี้มีคำตอบครับ

appserv_setpath1

2. เราก็มาเริ่มจาก Start -> Program ->AppServ ->Configuration Server -> Apache Edit the httpd.conf Configurationfile

appserv_setpath2

3.ก็จะมีหน้าต่างไฟล์ httpd.conf ที่เปิดด้วย Notepad ขึ้นมา ให้เรากด CTRL+ F พร้อมกัน เพื่อจะค้นหาคำที่ต้องการครับ จะได้ไม่ต้องมาเลื่อนขึ้นลงให้เสียสายตา

appserv_setpath3

4.ใส่คำว่า DocumentRoot ลงไปในช่อง Find What ครับ แล้วกดปุ่ม  File Next ถ้ายังไม่เจอก็กดปุ่มนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอ ถ้าเจอแล้วก็จะขึ้นแถบสีน้ำเงินคลุมไว้ นั่นแหละครับ

appserv_setpath4

5. ก็ให้เปลี่ยนพาทตามที่เราวางโค๊ดโปรแกรมเราไว้ครับ แต่ในที่นี้ผมขอคอมเม้นต์อันเดิมไว้ด้วย เพราะเผื่อมีปัญหาจะได้แก้ไขได้  การคอมมเม้นต์ก็สามารถทำได้ด้วยการใ่ส่เครื่องหมาย # นำหน้าบรรทัดนั้น ๆ มันก็จะกลายเป็นคอมเม็นต์แล้วครับ และให้ copy แบบเดิมไปอีกบรรทัดแล้วใส่พาทใหม่เข้าไป

appserv_setpath5

6. เมื่อเสร็จแล้วก็ให้ทำการค้นหาคำว่า <Directory ต่อไปเพื่อเป็นพาทด้วยเช่นกัน ไม่งั้นมันจะไม่ทำงานนะครับ มันมองเห็นแต่มันไม่ทำงาน อิอิ

appserv_setpath6

7. เหมือนเดิมครับ คอมเม็นต์อันเก่า ก๊อปปี้อันใหม่ แล้วเปลี่ยนพาทตามจริง แค่นี้ก็ได้แหละ

appserv_setpath7

8.จากนั้นก็เซฟที่เราทำไว้ครับ ด้วยการไปที่เมนู File->Save

appserv_setpath8

9. บันทึก(Save) เสร็จเรียบร้อย ก็ไปที่ Start ->Program ->AppServ->Control Server by Service ->Apache Restart เพื่อสั่งให้ตัว apache ทำงานใหม่ ตัวที่เราแก้ไขจะได้อัพเดตการงานครับ

appserv_setpath9

10. เสร็จก็ทดสอบรัน localhost ดูครับ ว่าได้ผลหรือเปล่า ถ้าได้ผลมันต้องแสดงโฟลเดอร์ทั้งหมดของพาทใหม่ที่เราใส่เข้าไปนะครับ

appserv_setpath10

ถ้าได้ผลอย่างนี้แล้วก็แสดงว่าสำเร็จครับ แต่เอ๊ะ  มันแปลก ๆ เน้อ อยากให้มันเหมือนตอนแรกที่ลง appserv ทำไงดีหว่า   เอ้าาา อย่าเสียเวลาเลย ลุยต่อ

11.ให้ไปก๊อปปี้ข้อมูลจากพาท C:/AppServ/www มาทั้งหมดครับ

appserv_setpath11

12. และก็ไปวางไ้ว้ที่ พาทจริง ๆ ของเราที่ใช้งานอยู่

appserv_setpath12

13. โอ้ววนี่ไง  ผลลัพธ์แจ่มม เลยยย

appserv_setpath13

ถือว่าเรียบร้อยเสร็จกระบวนท่ายุทธ หมดแล้ววว

วิธีอีกแบบหนึ่ง

ออ มีเสริมอีกนิดหน่อย สำหรับคนที่ชอบทางลัด หรืออาจจะหาบรรทัดยาก ยังพอมีอีกวิธีที่สามารถช่วยได้  ดังนี้

1. เข้าไปที่พาท C:\AppServ\Apachex.x\conf ได้โดยตรงเลย และใช้ตัว Notepadd++  เรียกขึ้นมาดูครับ  โดยที่ x คือเวอร์ชั่น ณ ปัจจุบันที่เราใช้งานอยู่ฮ่ะ

appserv_setpath14

2. ตัว DocumentRoot จะอยู่แถว  ๆบรรทัด 240 ครับผม

appserv_setpath15

3.และตัว <Directory  ก็จะอยู่แถว ๆ บรรทัด 269

appserv_setpath16

เอาสุด สุดท้ายก็แล้วแต่ใครถนัดแบบไหนนะครับ เลือกเอาตามเหมาะสมจริตจรรยา ของเราก็แล้วกัน  ก็ฝากไว้เท่านี้ก่อน เดี๋ยวจะมาอัพเดตเื่รื่องอื่น ๆ เพิ่มเติมครับ

😀

การบ้าน

ว่าแต่เอ๊ะ  Root ของไฟล์งาน เปลี่ยนตำแหน่งได้ รักษาได้ แล้วส่วนของ DB นี่ทำได้แบบนี้บ้างเปล่าน้ออออ   ติ๊กต๊อกๆๆๆๆๆๆ คิดเป็นการบ้าน แล้วลองไปทำดูครับ แล้วจะมาเฉลยให้อีกที ฮิๆ