ต่อเนื่องจากตอนที่ 2 นะครับ เพราะตอนที่แล้วผมได้อธิบายแบบสรุป ๆ ขั้นตอนในการดาวน์โหลดและติดตั้ง Yiiframework  จะเห็นได้ว่ามีช่วงที่ต้องเช็คความพร้อมของเครื่องเราด้วย อยู่ในขั้นตอนที่ 10 ครับ  ผมเอาภาพมาให้ดูกันอีกทีละกัน แบบนี้

จะเห็นได้ว่า มี Warning อยู่ด้วยกัน 6 ตัวครับ ซึ่งถามว่า แบบนี้ใช้ได้ไหมในกรณีที่เราจะเริ่มหัดพัฒนาแล้ว   คำตอบคือ แล้วแต่กรณี ๆ ไปครับขึ้นอยู่กับความต้องการเราเป็นหลัก  เช่น ถ้าเราจะทดสอบ Demo อย่างตอนที่แล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไร ยังใช้การได้  แต่ถ้าหากเราต้องการใช้ฐานข้อมูลที่เป็น MySQL  ล่ะ ถ้ากรณีแบบนี้ผมตอบได้เลยว่า ยังใช้การไม่ได้ เพราะ Default ที่มากับมันเลยใช้ฐานข้อมูลที่เป็น Text File ซึ่งก็คือ SQLite นั่นเอง ถ้าเราจะใช้ฐานข้อมูลที่เป็น MySQL เราต้องทำ PDO MySQL extension ให้เป็นสียเขียว (Passed) เท่านั้น เป็นต้น  และอันอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน ทุกตัวเหล่านั้นก็จะใช้ได้ในกรณีที่เราจะใช้ความสามารถของ xxxx ซึ่งก็คือ ด้านขวามือของ Warning ครับ พวก Class เหล่านั้นแหละจะต้องพึ่งไอ้ตัวด้านซ้ายมือ(รายละเอียดของคลาสนั้น สามารถกดลิงค์ไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้นะ)  ตราบใดที่เรายังไม่ได้ใช้มัน ก็ปล่อยมัน Warning อยู่งั้นแหละ แต่ถ้าเราจำเป็นต้องใช้ อย่างตัวอย่างนี้ ก็ต้องทำซะ

ควรรู้

OS ที่ผมใช้พัฒนา Yiiframework และทำ tutorial ชุดนี้คือ  Window 7  64bit Untimate และได้ย้าย taskbar ไปอยู่ด้านขวามือ ^0^  ที่ต้องบอกเพราะจะมีผลกับเมนูต่าง ๆ

วิธีการ

ในเมื่อเราจะหัดใช้ตัว Yiiframework นี้กับฐานข้อมูลกันเลย เราก็ควรจะทำให้ PDO MySQL extension ให้ขึ้นว่า Passed เลยก็วิธีก็ง่าย ๆ ครับ ตามนี้เลย

1. คลิกที่ Start  ของ window  ( ของท่านก็อยู่ด้านล่างนะครับ ของผม พอดีย้ายไปด้านขวา )

2. ต้องช่องค้นหา ให้พิมพ์ว่า php.ini  (ข้อดีของ Window 7 ที่ผมชอบ)

3. จะมีรายการไฟล์ที่ชื่อคล้ายที่เราพิมพ์ปรากฎ  เป้าหมายของเราคืออันนี้แหละ  ก็ให้คลิกที่  php.ini  เลย

ปล. ถ้าใครงง ๆ ก็ไปที่ C:/windows/php.ini  ตรง ๆ ก็ได้ครับ ง่ายดี ^0^

4. ไฟล์ php.ini ขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว  ก็ให้เรากด Ctrl+F  เพื่อค้นหา แล้วพิมพ์ไปว่า  php_pdo_mysql

5. เคอร์เซอร์จะไปที่บรรทัดนั้นทันทีจะสังเกตุเห็นว่า ด้านซ้ายมือของบรรทัดจะมีเครื่องหมาย semi-colon อยู่ นั่นก็คือมันปิดไม่ให้ทำงานอยู่ เราก็จัดการเอา semi-colon ที่อยู่ข้างหน้าออกไปซะ

6. แล้วก็อย่าลืม Save ด้วยล่ะ ด้วยการไปที่เมนู File ->Save  (ภาพตูไมเป็น Save As แฮ่ะ _ _” สงสัยง่วง)      หรือกด Ctrl+S ในแป้นคีย์บอร์ดก็ได้

7. เป็นอันเรียบร้อย ต่อไปก็คือการ Restart Web Server ครับ ไม่งั้นมันไม่ทำงานนะเออ  วิธีการคือ คลิกที่ Start  (อีกที)

8. พิมพ์ว่า apache  (ใครลงค่ายอื่นไว้ก็ตามนั้นนะ  ถ้าใครลง appserv ก็จะเหมือนผมเลย หุหุ)

9. ก็คลิกที่ Apache Restart เลย

10.  เช็คดูผลลัพธ์(ถ้าใครจำ URL การเช็คไม่ได้ รบกวนกลับไปอ่านตอนที่ 2 อีกรอบนะครับบ)   แฮ่ะ ๆ ผลได้ตามที่กำหนด ได้เรียบร้อยแล้ววววว

ปล.  จากการทดสอบหลาย ๆ รอบ บางเครื่องไม่สามารถทำงานได้ครับ  ทางที่ดีที่สุดข้อ 7-9 นี่ให้รวบยอดคำสั่งด้วยการกด  Restart เครื่องครับ ได้ชัวร์ ฮาา

11. แฮ่ะ เหลือ Warning อีก 5 ตัวทำอย่างไรกับมันดี  ก็ฝากทบทวนไปทำเป็นการบ้าน ด้วยการวนทำซ้ำข้อ 4 ถึงข้อ 6 ด้วยนะครับ  อ่ะ บอกใบ้ให้ละกัน ตามภาพข้างล่าง 5555

ส่วนตัวไหนที่ผมไม่ได้ใบ้ให้ แสดงว่ามันยังไม่สามารถทำได้ทันทีแบบนี้  ต้องใช้เทคนิดลง extension เสริมเข้าไปอีก วุ่นวาย อันนั้นไว้จะมาพูดกันอีกทีเวลาเราใช้งานหรือ จำเป็นต้องทำให้มัน Passed ครับ  ฝากด้วยนะครับ การบ้านอ่ะ  เดี๋ยวไปนอนก่อน แว็บบ